บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนความรู้

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ไม้ยืนต้นทิ้งใบให้ดอกสวย
เรามาทำความรู้จังกันเลย
1. ชมพูพันทิพ (ดอกสีชมพู)
2. เหลืองอินเดีย (ดอกสีเหลือง)
3. เหลืองปรีดิยาธร (ดอกสีเหลือง)
4. ศรีตรัง (ดอกสีม่วง)
5. หางนกยูง (ดอกสีแดง)
6. กัลปพฤกษ์ (ดอกโทนสีครีม - ชมพู)
7. ราชพฤกษ์ (ดอกสีเหลือง ทรงห้อย)
8. ชัยพฤกษ์ (ดอกสีชมพู)
9. พญาเสือโคร่ง (ดอกสีขาว - ชมพู)

เริ่มกันที่ ชมพูพันทิพย์ก่อนดีกว่า


     ต้นไม้ยืนต้นทิ้งใบให้ดอกสวยชนิดแรกนี้ เรียกว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อของ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ได้มาจากการตั้งชื่อตามสีดอกและเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้า คือ ม.ร.ว. พันธุ์ทิพย์ บริพัตร และยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกหลายชื่อว่า แตรชมพู ธรรมบูชา หรือ Pink Trumpet tree เป็นต้น
    ชมพูพันธุ์ทิพย์  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Tabebuia  heterophylla  (DC)  Briton.  อยู่ในวงศ์  Bignoniaceae  เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง  เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง  สูงราว ๘-๑๒ เมตร  ซึ่งก็ไม่ได้เล็กเลยนะครับ ใครจะปลูกคงต้องพิจารณาพื้นที่บ้านกันสักหน่อย...
    ใบเป็นแบบผสม  มีใบย่อย ๕ ใบบนต้นเดียวกัน  แผ่ออกคล้ายใบปาล์ม  ผิวไม่เรียบ  ปลายใบแหลม  ยาวประมาณ ๑๒ เซนติเมตร  กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น เมื่อ
ชมพูพันธุ์ทิพย์  ใบแก่และทิ้งใบในฤดูหนาว  ช่วงเดือน พฤศจิกายน-มกราคม  หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน  ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งก้าน  ช่อละ ๕-๘ ดอก  
ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร  คือโคนดอกเป็นหลอดยาวปลายดอกบานออกเป็น ๕ กลีบ  กลีบดอกบาง ย่นเป็นจีบๆ และร่วงหล่นง่าย  จะเห็นดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นกระจายอยู่รอบๆ ต้น  งดงามพอ ๆ กับที่บานอยู่บนต้น  ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว ๘ เซนติเมตร  ยาวราว ๑๕ เซนติเมตร   
สีของกลีบดอกปกติเป็นสีชมพูสดใส  แต่มีความเข้มและจางแตกต่างกันไป  โดยเฉพาะต้นที่เกิดจากเมล็ดจะมีความผันแปรมากมาย  ตั้งแต่สีชมพูจางเกือบขาวไปจนถึงสีเข้มเกือบเป็นสีม่วงแดง
เมื่อดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงหล่นแล้ว  จะติดฝักรูปร่างคล้ายมวนบุหรี่  ยาวราว  ๑๕ เซนติเมตร  เมื่อฝักแก่ราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม  จะแตกออกด้านเดียวตามยาว        แล้วเมล็ดที่มีปีกก็ปลิวไปตามลมได้ไกลๆ
    ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์  อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้  ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อนทวีปต่างๆ อย่างแพร่หลายรวมทั้งประเทศไทย
ชมพูพันธุ์ทิพย์
  ความประทับใจกับ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ครั้งแรก ผมเจอตอนขับรถผ่านหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตรย์ที่เชียงใหม่ครับ ตอนนั้น ชมพูพันทิพย์ บานสะพรั่งชมพูทั้งต้น
มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติรุมถ่ายรูปกันอยู่ยกใหญ่ 
   แต่บริเวณริมคูเมืองส่วนใหญ่ จะมีใบแซมปนอยู่บ้างเป็นบางต้น 
   จึงสรุปได้ว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์ จะให้ดอกแบบเต็มต้นได้ ต้องแล้งชนิดที่ไม่ได้กินน้ำเลยถึงจะดีครับ หากได้รับน้ำบ้าง ชมพูพันธุ์ทิพย์ จะไม่ค่อยทิ้งใบ ดอกจะออกแซมกับ
กลายเป็นเขียว ๆ ปน ชมพูไปเสีย
   สำหรับการปลูกต้นไม้ชนิดโดยหวังผลให้ดอกสวยงาม ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่แห้ง ดินขาดสารอาหารเยอะ ๆ จะดีครับ ถ้าดินมีความชื้นสูงสมบูรณ์เพียบพร้อมคงยากจะได้
เห็นดอกทั้งต้นอย่างแน่นอน
  สรุปคือ ชอบแล้ง ร้อน แห้งผาก 



     การเพาะ ชมพูพันธุ์ทิพย์ สามารถเพาะได้ด้วยเมล็ด เมล็ดจะบางและแบน มากครับ ผมเคยลองไปเก็บมาเพาะ 
ปรากฏว่าขึ้นง่ายมาก เพียงแค่ 2 - 4 สัปดาห์ ก็งอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อนเต็มไปหมดแล้วครับ ในช่วงต้นที่ยัง
ไม่โตสมบูรณ์ หากให้น้ำมาก ปลูกบำรุงดี จะโตไวมาก แต่พอเริ่มโตได้ที ก็นำไปลงดิน แล้วงดน้ำ ปล่อยอด ๆ อยาก ๆ
รับรองได้เห็นดอกตามที่คาดหวังอย่างแน่นอน

ที่มาhttp://www.youtube.com/watch?v=3cbsrQhpcZM&feature=related

ที่มาhttp://www.youtube.com/watch?v=QbT4qwFiZAs

ไม้มงคล

ไม้มงคล ประจำวันเกิด และคำทำนาย

      คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอยเพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบเพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว 

ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มี ดังนี้

    โป๊ยเซียน จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก 

    โกศลเป็นไม้ที่ใบมีสีสันต่างๆ ทั้งเหลือง เขียว แดง ส้ม ซึ่งก็เป็นสีที่ถูกโฉลก คำว่าโกศลนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข 

จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง 

ชบา ทั้งที่ดอกสีเหลือง และ สีส้ม ซึ่งจะทำให้บ้านดูสดใส 

ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี 

กุลาบ ควรเป็นกุหลาบดอกสีเหลือง หรือส้ม หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
ไม้มงคล วันจันทร์
    คนเกิดวันจันทร์เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั่วไป พูดจาไพเราะอ่อนหวาน กิริยานุ่มนวล แต่ยามโมโหแล้วมักจะปากร้าย ส่วนใหญ่มักจะกำพร้าพ่อหรือแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ญาติพี่น้องก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้ เป็นคนอ่อนแอ เจ้าน้ำตา ช่างเอาใจผู้อื่นและก็ชอบให้ผู้อื่นเอาใจด้วยเช่นกัน มีความละเอียดรอบคอบ พิถีพิถัน เป็นคนเจ้าสำราญ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีน้ำใจ ชอบความหรูหราคบเพื่อนสูงศักดิ์ เป็นผู้มีความรู้ดี มีสติปัญญาดี ใฝ่รู้ มักไม่ตกอับเนื่องจากมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์อยู่เสมอ 

     คนเกิดวันจันทร์ควรลดความวิตกกังวลลงบ้าง ให้ระวังการคบคนไม่ดีจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ หรือเสียโอกาสในการก้าวหน้า และให้ระวังการใช้จ่ายอย่าตามใจตัวเอง ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันจันทร์ ถ้าเป็นไม้ดอกควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้
วาสนา ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา 


โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข 

มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป 

ราตรี นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก 

มะม่วง นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย 

กวนอิม เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย 

โป๊ยเซียน ควรเลือกปลูกที่ดอกสีขาว หรือสีเหลือง โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก 

จำปี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า 

พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต 

แก้ว คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลุกต้นแก้วไว้จะทำให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว 

มะละกอ มะยม เชื่อว่าสามารถป้องกันความถ่อย ถ้อยความ และผีร้าย แต่บางตำราว่าจะทำให้ผู้คนนิยมชมชอบ 

ชะพลู ปลูกไว้เพื่อเสริมสิริมงคล แก่คนเกิดวันจันทร์ 

บัวบก กระถิน ท่านว่าสามารถป้องกันเสนียดจัญไร
ไม้มงคล วันอังคาร
       คนเกิดวันอังคาร ในวัยเด็กจะไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ส่วนใหญ่จะไปเติบโตโดยคนอื่นเลี้ยงดู ชีวิตมักจะขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากเป็นคนใช้เงินมือเติบ ควรอยู่ไกลถิ่นบ้านเกิดจึงจะก้าวไกลดี อุปนิสัยเป็นคนจิตใจกล้าหาญ ใจนักเลง มีบุคลิกที่ดูเหมือนก้าวร้าวเพราะพูดจาไม่อ่อนหวาน แต่พูดในทางผลประโยชน์ได้ดี พูดจาไม่เกรงใจใคร ทั้งที่จริงใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ อารมณ์ร้อน มีความอดทนสูง เป็นนักต่อสู้ทั้งใจและกาย ชอบงานอิสระที่ไม่ต้องใช้ความประณีต
       คนเกิดวันอังคารควรระวังเรื่องใจร้อนจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แม้จะมีความตั้งใจในการทำการงาน ควรมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่าย และควรฝึกการวางแผนหรือเรียงลำดับความคิดให้ดี ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร สีมงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูกควรเป็นสีใดสีหนึ่งนี้ ไม้ประดับที่เป็นสิริมงคล ได้แก่  
กุหลาบ ควรปลูกที่ดอกสีแดง หรือชมพู เพื่อก่อให้เกิดความเป็นมงคล เกิดความสุขความสบายใจ และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ

โป๊ยเซียน เลือกที่ดอกสีแดงหรือชมพู จะช่วยให้มีความโชคดีในชีวิตเสมอ

อัญชัน เป็นไม้ประดับที่ให้คุณกับคนเกิดวันอังคารทางด้านความเป็นสิริมงคล

โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

เข็ม ควรเป็นเข็มแดงหรือชมพู ปลูกต้นเข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าจะทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดความอ่านที่ดี ให้คุณโดยทั่วไปด้วย

ชบา ที่ถูกโฉลกต้องเป็นชบาสีแดงหรือชมพู ให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค

พญายอ หากคนวันอังคารปลูกเลี้ยงไว้ท่านว่าจะทำให้ดำเนินชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์
ไม้มงคล วันพุธ
      คนวันพุธมักมีโรคประจำตัว นอกจากจะพึ่งพาญาติพี่น้องไม่ได้แล้วมักจะต้องเกื้อหนุนญาติพี่น้องด้วย ชีวิตไม่ได้อยู่ปรนนิบัติพ่อแม่ มักคบหาเพื่อนอายุมากหรือฐานะหน้าที่สูงกว่า เป็นคนฝักใฝ่เรื่องของศาสนา ถ้าบวชจะเด่นดังในวงการศาสนา ทำงานอื่นจะรุ่งโรจน์ได้กว่าทางค้าขาย อุปนิสัยทั่วไปเป็นคนมีเสน่ห์ มีจิตใจและน้ำใจไมตรีดี พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อนฝูงให้มีความสุข ชอบเรื่องบันเทิงใจไม่เคร่งเครียดกับชีวิต ดูเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ เอาแต่สบาย แต่ความจริงไม่ใช่คนเกียจคร้าน ขี้ใจน้อย หูเบา ชอบให้คนเอาใจ ทำอะไรไม่ค่อยคิดให้ถ้วนถี่ สะเพร่า คนเกิดวันพุธควรระมัดระวังเรื่องใจอ่อนใจง่ายเชื่อคนง่าย และความใจกว้างจนเกินไป
วันพุธ (กลางคืน)
วันพุธกลางคืนหรือวันราหู คนเกิดวันนี้จะเป็นคนดื้อรัน ไม่ฟังใคร ไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขตัวเอง มักเชื่อคนผิดๆ คนไม่จริงใจ แต่กับคนใกล้ชิดที่จริงใจกลับไม่เชื่อฟัง ฐานะลุ่มๆ ดอนๆ มีหลักทรัพย์แต่ไม่มีเงินทองพอใช้จ่าย มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจสูง แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เหมาะกับการประกอบอาชีพครูสอนศีลธรรม หรือวิชาช่างจึงจะดี จะตั้งตัวได้เมื่ออายุมากแล้ว
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน และควรเลือกที่มีดอกสีเหลืองซึ่งเป็นสีต้องโฉลก
กวนอิม เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย

วาสนา ชื่อก็เป็นสิริมงคลอยู่แล้ว หากปลูกร่วมกับต้นกวนอิมจะเหมาะสมอย่างยิ่ง ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา

พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต

โป๊ยเซียน ควรเป็นโป๊ยเซียนที่มีดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกกว่าสีอื่น ๆ โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก

มะละกอ กล้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดใด จะให้ผู้ปลูกร่มเย็นเป็นสุขกายสบายใจ

ราชพฤกษ์หรือคูน เป็นไม้ที่ให้ความสดใสแก่บ้าน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

กุหลาบ หากเป็นสีเหลืองจะดีที่สุดสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ จะทำให้ประสบกับความสุขสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน

โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

ชบา ควรเลือกปลูกชบาที่ดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกที่สุด
ไม้มงคล วันพฤหัสบดี
       คนเกิดวันพฤหัสบดีจะมีรูปร่างสง่างามทั้งชายและหญิง มีสติปัญญาดีฉลาดหลักแหลมเป็นเลิศ มีความละเอียดลึกซึ้ง ทำงานประณีต สนใจใฝ่หาความรู้สม่ำเสมอ พูดจาฉะฉานมีหลักการ เชื่อในความคิดของตัวเองจนไม่ค่อยยอมรับฟังคนอื่น โกรธง่ายหายเร็ว เมื่อโต้เถียงกับใครอยากเป็นฝ่ายถูกแต่ไม่คิดจะเก็บมาเป็นอารมณ์ เพียงแค่อยากชนะเท่านั้น มีความมุ่งมั่น และตั้งใจสูง ตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง มีความทะเยอทะยาน ต้องการทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะ จะวางแผนอย่างรอบคอบและอดทนรอคอยอย่างใจเย็น
     ชะตาชีวิตจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง ชะตาชีวิตต้อยคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ
    ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี ควรเป็นไม้ดอกสีขาวจึงจะต้องโฉลก
มะลิ ถือเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป

จำปี เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งของผู้เกิดวันพฤหัสบดี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า

ราตรี นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก

พุด ไม่ว่าจะเป็นพุดชนิดใดจะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง แข็งแรงสมบูรณ็ ทั้งสิ้น แต่ควรเป็นพุดชนิดที่ดอกสีขาว

กุหลาบ ควรเป็นดอกสีขาว หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ

แก้ว ท่านว่าปลูกแล้วจะส่งผลให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว
ไม้มงคล วันศุกร์
         คนเกิดวันศุกร์มักมีบุคลิกดี มีปากเป็นเอก คือพูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง วัยเยาว์มักอาภัพมีญาติก็เหมือนไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะกำพร้าบิดาตั้งแต่เล็ก เป็นคนรักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวแต่แต่งไม่ขึ้นนัก มักนิยมของงามของหรูหราโอ่อ่า แต่เป็นไปในทางสมถะ เป็นคนขี้น้อยใจ จิตใจดี ใสซื่อ ไม่เคยคิดแค้นใคร ชอบพูดจากอ่อนน้อมถ่อมตน แต่เมื่อโกรธแล้วปากร้ายพูดให้คนเกลียดได้ มีความรู้ความสามารถโดดเด่น รักเพื่อนฝูง มีน้ำใจเมตตากรุณา ทำคุณคนไม่ขึ้น ไม่ทะเยอทะยาน ชอบชีวิตสุขสงบ มั่นคง ปลอดภัย ไม่นิยมเสี่ยงโชค
      ชะตาชีวิตมักถูกคนรอบข้างเบียดเบียนพึ่งพาอาศัย แต่ตัวเองก็ยินดีช่วย ต้องทำงานที่ใช้พรสวรรค์จะได้ดีกว่าทางที่เล่าเรียนมา จะอาภัพคู่ครอง เป็นคนเจ้าชู้หมกมุ่นในโลกีย์ โดยทั่วไปมักไม่ตกยาก เพราะมีความรู้ดีและมีผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูอยู่เสมอ ให้ระวังเรื่องความใจอ่อน และไม่ควรวางใจใครง่ายๆ ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันศุกร์ มีดังนี้
กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบแดง หรือชมพู หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ

อัญชัน นั้นให้คุณด้านการประสบความสำเร็จในชีวิต

เข็ม หากปลูกเข็มไม่ว่าจะสีแดงหรือชมพูไว้ในบ้าน จะทำให้ชีวิตก้าวหน้าไปด้วยดี

ชบา เป็นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันศุกร์ จะสีแดงหรือชมพูก็ดีทั้งสิ้น

โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

โป๊ยเซียน ควรปลูกที่ดอกสีแดงหรือชมพู โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
ไม้มงคล วันเสาร์
       คนวันเสาร์เป็นคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ใจนักเลงกล้าได้กล้าเสีย ใจกล้า บ้าบิ่น พูดจานุ่มนวลไม่เป็น พูดเสียงแข็ง ไม่มีหางเสียง หรือพูดน้อย มีครอบครัวใหญ่ มีญาติมากพี่น้องมาก มีความสุขุมรอบคอบ คิดถี่ถ้วนมากจนเป็นคนใจโลเลไม่เด็ดเดี่ยวหนักแน่น มีเพื่อนมากหลากหลายประเภทเพราะเป็นคนถึงไหนถึงกัน มีความอดทนดีแต่กไม่ชอบสิ่งซ้ำซาก เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ชอบแสวงหาอะไรใหม่ ๆ และเป็นคนดื้อเงียบ ถือทิฐิ มีเลห์เหลี่ยมพอสมควร บางครั้งสนใจเรื่องตนเองมากไบจนเหมือนเห็นแก่ตัว
       ชะตาชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด มักมีคู่มากแต่ไม่ใช่คู่แท้ ควรระวังเรื่องเพื่อนจะนำความเดือดร้อนมาให้ และหากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้าง ลดความห้าวหาญลงบ้างจะได้ดีมีอนาคตสดใส ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันเสาร์ มีดังนี้
วาสนา ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา

มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป

กวนอิม เป็นไม้ที่ชื่อเป็นสิริมงคล ดังนั้นนอกจะเป็นมงคลแก่ผู้เกิดวันเสาร์แล้วยังส่งผลถึงบุคคลอื่นในครอบครัวด้วย เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย

ชมพู่ จำปี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า

จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันเสาร์อย่างยิ่ง

มะละกอ

ฝรั่ง

ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี

มะม่วง นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย
ที่มา http://www.baanrak.com/fortune/flower/index.php

ต้นไม้มงคล

พันธุ์ไม้มงคล เสริมดวงชะตา ถูกหลักฮวงจุ้ย

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้บ้านเมืองเราเกิดภัยพิบัติบ่อยมาก ทั้งน้ำท่วม พายุ แห้งแล้ง โดยที่คาดการณ์ว่าภัยพิบัติต่างๆน่าจะเกิดจากผลกระทบจากภาวะโลกร้อน แต่ไม่ใช่เพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ต่างประเทศก็โดนผลกระทบจากภาวะโลกร้อนนี้่ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อน “บ้านไอเดีย” ขอนำเสนอ การปลูก ต้นไม้มงคล ไม่ต้องไปปลูกที่ไหนไกล ปลูกบริเวณบ้านของเรานี่แหละค่ะ ช่วยรักษาโลกไว้แล้ว ยังช่วยเสริมดวงชะตาอีกด้วย
 
Tree-Feng-Shui

การปลูกต้นไม้ มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ช่วยให้ร่มเงา อากาศสดชื่น ลดมลพิษภายในบ้าน ตามตำรา ฮวงจุ้ยจีนโบราณ เชื่อว่าต้นไม้สามารถเสริมดวงชะตาชีวิต มีอิทธิพลทั้งหน้าที่การงาน สุขภาพ การดำเนินชีวิตของเจ้าของบ้านด้วย ตามตำราฮวงจุ้ย ได้กล่าวไว้ว่า ต้นไม้ที่เป็นมงคลจะช่วยคุ้มครองบ้านและปกป้องผู้ที่อยู่อาศัย มีดังต่อไปนี้

7 สายพันธุ์ ต้นไม้มงคล เสริมฮวงจุ้ย

ต้นส้ม : เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล อีกทั้งใบส้มยังช่วยลดความตึงเครียด ทำให้ผู้อาศัยอยู่กันอย่างเป็นสุข
ต้นไผ่ : เป็นสัญลักษณ์ของความสง่าเหนือธรรมชาติ จึงเหมาะนำมาทำเป็นกำแพงบ้าน อีกทั้งในยุคภัยพิบัติ ต้นไผ่ยังสามารถช่วยต้านแรงลมพายุได้อีกด้วย
ต้นบ๊วยหรือต้นเหมย :  เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมงคล  มีความสามารถในการปรับตัวสูง
ต้นสวรรค์จีน : เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน ช่วยเสริมชะตาคนในบ้านให้มีอายุยืนยาว
ต้นปาล์ม :  เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ และที่สำคัญต้นปาล์มเป็นต้นไม้ที่สวยงามและมีประโยชน์มากอีกด้วย
ต้นทับทิม : เป็นสักษณ์ของการมีบุตรมาก และสิ่งที่เป็นมงคล
ต้นพุทรา : เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ และสำหรับคู่รักที่อยากมีบุตรชาย แนะนำว่าให้ปลูกต้นพุทรานะค่ะ
นี่เป็นส่วนนึงของต้นไม้มงคล ที่ตามตำราฮวงจุ้ยได้กล่าวไว้ นะค่ะ เมื่อมีต้นไม้ที่เป็นมงคลแล้ว ก็ย่อมเป็นธรรมดาที่มีต้นไม้ต้องห้าม ที่ไม่สมควรปลูกไว้ในบ้านด้วย มีดังต่อไปนี้

5 สายพันธุ์ ต้นไม้ไม่ควรปลูก ในบ้าน

ต้นสนชนิดต่างๆ : กลิ่นของต้นสนจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้
ต้นยี่โถ : ดอกยี่โถมีพิษ และมีกลิ่นที่ทำให้ง่วงเงาหาวนอน การทำงานของสมองจะมีประสิทธิภาพด้อยลง
ต้นทิวลิป : ดอกทิวลิปมีพิษ ถ้าอยู่ใกล้ อาจทำให้ผมร่วงได้
ต้นเยี่ยไหลเซียง : จะมีกลิ่มหอมรุงแรง เป็นผลเสียต่อผู้อยู่อาศัย  คนที่เป็นโรคความดันสูง และโรคหัวใจ
ต้นไม้ประเภทเฟิร์นและเถาวัลย์ต่างๆ : หากปลูกเป็นจำนวนมาก จะทำให้สัตว์หรือแมลงมีพิษเข้ามาอยู่อาศัยได้
คุณลักษณะของพันธุ์ไม้ประดับ
       ต้นไม้ประดับที่สามารถเลือกเอามาปลูกใส่ในกระถางตั้ง แขวน หรือภาชนะอื่นๆ ไว้ใช้ประดับในร่มภายในบ้าน อาคาร และในห้องต่างๆ นั้น ที่เหมาะสมที่สุดแล้วควรจะเป็นพวกต้นไม้ดอก เพราะว่าไม้ใบมีคุณสมบัติที่ทนทาน สามารถปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และมีใบให้ดูตลอดเวลา อีกทั้งใบยังมีลวดลายที่สวยงามต่างๆ กันให้เลือกปลูฟหลายชนิดพันธุ์อีกด้วย
        ว่าไปแล้วไม้ประดับใอาคารก็คือไม้ใบนั่นเอง แต่ถ้าพิจรณาให้ดีแล้วจะพบว่า ต้นไม้ที่ใช้ปลูกประดับนั้น นอกจากทรงต้นแล้ว ต้นไหนจะงดงามมากน้อยเพียงใดก็ต้องพิจารณาจากคุณลักษณะดังต่อไปนี้
         1. ลักษณะรูปร่างของใบ
         2. ลวดลายหรือสีสันใบ
         3. ลวดลายของเส้นใบ
         4. การจัดรูปเรียงใบบนต้น
         5. เนื้อของใบ

การปลูก
                ในการปลูกต้นไม้ประดับมีวิธีการปลูกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ของต้นไม้ประดับที่เราเลลือกปลูก ซึ่งก็มีทั้งการปลูกในกระถางตั้งและกระถางแขวน เดี๋ยวนี้เรามีวิธีปลูกไม้ประดับวิธีใหม่กันแล้ว โดยใช้แท่งเพาะชำ ซึ่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทย ได้คิดค้นขึ้นมาเป็นผลสำเร็จ

การปลูกไม้ประดับในปัจจุบันจึงสามารถกระทำได้ 3 วิธี ด้วยกันคือ
          1. การปลูกในกระถาง

              การเลือกกระถางปลูกนั้นควรเป็นกระถางดินเผาที่มีขนาดและรูปทรงของกระถางเข้ากันกับขนาดและรูปทรงของต้นไม้ ดังนี้
              - ทรงต้นเล็กใส่กระถางเล็ก
              - ทรงต้นใหญ่ใส่กระถางใหญ่
              - ทรงต้นสูง เช่น ปาล์ม ไผ่ฟิลิปินส์ ไผ่ ไทร พิกุล สาวน้อยประแป้ง เขียวหมื่นปี หวายเขียว ควรใช้กระถางทรงสูง
              - ทรงต้นเตี้ยพุ่มใบต่ำหรือลำต้นทอดเลื้อย เช่น เฟิร์น ราชินีหินอ่อน เกล็ดปลา เศรษฐีเรือนนอกเรือนใน หนวดปลาหมึกด่าง ฯลฯ ควรใช้กระถางทรงต่ำ
              สำหรับกระถางเคลือบ กระถางโมเสส หรือกระถางลายคราม ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้ปลูกโดยตรง เพราะเนื้อกระถางไม่สามารถระบายอากาศได้เป็นสาเหตุให้ดินในกระถางแฉะ เกิดรากเน่า นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการแตกเสียหายขณะยกเข้าหรือย้ายออก ที่เหมาะสมแล้ ควรใช้กระถางรองด้านนอก โดยเอาต้นไม้ปลูกใส่กระถางดินเผาธรรมดา แล้วนำไปตั้งปลูกในกระถางเคลือบหรือกระถางลายครามเหล่านั้นอีกครั้ง

           2. การปลูกในกระถางแขวน
               สำหรับไม้ใบประดับที่นิยมใช้ปลูกแขวนตกแต่ง เช่น พลูด่าง เดรฟ ปีกแมลงสาบ และเฟิร์น ซึ่งเป็นไม้แขวนที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย หรือต้นแมงมุม ต้นลิปสติก ต้นปลาบ หรือไม้เถาทั้งหลาย ก็ใช้ปลูกในกระถางแขวนประดับในทำนองที่กล่าวมานี้ได้

           3. การปลูกในแท่งเพาะชำ
               แท่งเพาะชำนี้ ส่วนบนของแต่ละแท่งจะมีรูไว้สำหรับใส่เม็ดหรือสำหรับปักชำ ข้อดีของการใช้แท่งเพาะชำในการปลูกไม้ประดับพวกที่ใช้แขวนก็มีดังนี้คือ
              3.1 แท่งเพาะชำเป็นแท่งสำเร็จรูป สามารถนำไปใช้งานได้ทันที
              3.2 ใช้สะดวก ไม่สกปรกเลอะเทอะเหมือนการใช้ดินปลูก
              3.3 การปลูกทำได้สะดวกและรวดเร็ว เพียงแต่ใช้ยอดปักชำลงในรูบนแท่งเพาะชำก็เป็นอันใช้ได้
              3.4 การดูแลรักษาทำได้ง่าย เนื่องจากแท่งเพาะชำสามารถเก็บความชื้นได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่ิยครั้ง
              3.5 การให้ปุ๋ยก็สามารถตัดปัญหาได้มาก เนื่องจากในแท่งเพาะชำมีธาตุอาหารที่พืชต้องการอยู่พร้อมแล้ว นอกจากให้ปุ๋ยเสริมในบางโอกาสเพื่อให้ต้นไม้สวยงามเป็นพิเศษ

  

วิธีการจัดสวนด้วยไม้ประดับ
ที่่มา http://www.adirek.com/stwork/maimokkhon/index.html


วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

เรียนรู้จากธรรมชาติ เพื่อการปลูกเลี้ยงต้นไม้แบบมืออาชีพ
       1. รู้จักธรรมชาติของต้นไม้ที่ปลูกเลี้ยง ต้นไม้แต่ละชนิดชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆกัน และไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดก็มีที่มาดั้งเดิมจากธรรมชาตินั่นเอง ถึงแม้จะมีการปรับปรุงสายพันธุ์ หรือเป็นลูกผสมแล้วก็ตามยังไงก็จะยังคงมีพื้นฐานพันธุกรรมจากบรรพบุรุษติดมาอยู่เสมอ ดังนั้นหากเราทราบว่าในธรรมชาติดั้งเดิมของต้นไม้เขามีความเป็นอยู่อย่างไร ชอบขึ้นอยู่บนวัสดุปลูกประเภทใดมีธาตุอาหารตัวไหนสูง ความชื้นของอากาศ ในพื้นที่ดั้งเดิมเป็นเท่าไหร่ความแตกต่างระหว่างกลางวันกลางคืนเป็นอย่างไร ชอบขึ้นอยู่ใต้เงาไม้คลึ้มหรือว่าอยู่กลางแจ้ง ข้อมูลเหล่านี้ยิ่งรู้มาก ก็จะเข้าใจต้นไม้ชนิดนั้นมากขึ้นเมื่อเข้าใจก็จะสามารถนำมาปรับใช้ ให้เหมาะสมกับสถานที่ปลูกเลี้ยงได้ถึงจุดนี้จะเห็นได้ว่าจะต้องใช้ความชำนาญ และความเก๋าเกมส์พอควรในการตีความหมายจากข้อมูลเพื่อนำมาปรับใช้ ซึ่งอาจต้องอาศัยการฝึกฝนในด้านการสังเกต และการประยุกต์ใช้สิ่งรอบตัวซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อันถือได้ว่าเป็นที่สุดแห่งเคล็ดลับการปลูกเลี้ยงต้นไม้เลยทีเดียว
      2. วัสดุปลูก โดยทั่วไปวัสดุปลูกจะประกอบจากวัสดุหลายๆชนิดผสมกันเนื่องมาจากเหตุผลที่ว่าวัสดุปลูกเพียงแบบใดแบบหนึ่งเพียงชนิดเดียวมักจะมีคุณสมบัติข้อดีเพียงด้านเดียว กล่าวคือวัสดุที่มีคุณสมบัติดีมากมักมีราคาแพง วัสดุประเภทที่ดูดซับและรักษาความชื้นได้ดีมักจะระบายอากาศได้ไม่ดี ส่วนวัสดุที่ระบายอากาศได้ดีก็มักจะดูดซับและรักษาความชื้นได้ไม่ดีนัก บางชนิดมีธาตุอาหาร ในขณะที่บางวัสดุปลูกก็ไม่มีธาตุอาหารเลย วัสดุปลูกที่เหลือใช้และหาได้ง่ายในบ้านเรามีอยู่มากมายอาทิเช่น เปลือกมะพร้าว ทรายหยาบ แกลบดิบ ขี้เถ้าแกลบ เปลือกไม้แห้งใบไม้ผุ ขี้วัวแห้ง ถ่านไม้ หินชนิดต่างๆ โฟมหักเป็นชิ้นขนาดต่างๆ ...ฯลฯเคล็ดลับของวัสดุปลูกคือหลีกเลี่ยงการใช้ดินเปล่าๆโดยไม่ผสมอะไรเลยเนื่องจากดินเปล่าๆเมื่อผ่านการรดน้ำระยะหนึ่งจะมีความแน่นตัวสูงแต่ถ้ามีการเพิ่มความโปร่งร่วนซุย จะช่วยให้มีการหมุนเวียนของอากาศและน้ำ ทำให้เกิดการถ่ายเทที่สมดุลและควบคุมเชื้อก่อโรคได้ดังนั้นการเตรียมผสมวัสดุปลูกจึงควรให้ความสำคัญกับความโปร่งและระบายอากาศดี แต่ก็ไม่สูญเสียความชื้นง่ายจนเกินไปส่วนเรื่องธาตุอาหารผู้ที่ยังไม่ชำนาญในการผสมดินปลูก ขอแนะนำให้ไปปรับที่ปุ๋ย ถ้าธาตุอาหารในตัววัสดุปลูกเยอะก็ไม่ต้องให้ปุ๋ยมากถ้าธาตุอาหารในตัวน้อยก็ให้ปุ๋ยเสริมเข้าไป
ปัจจุบันปุ๋ยละลายช้าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ประหยัดและลดความยุ่งยากได้ต้นไม้บางชนิดสามารถปลูกให้งอกงามได้ดีเมื่อใช้ปุ๋ยละลายช้านี้แม้จะใช้วัสดุปลูกที่ไม่มีธาตุอาหารใดๆเลย

       3. วางไว้ให้ถูกที่ พิจารณาว่าพืชที่ปลูกชอบสภาพแวดล้อมแบบใดปัญหาส่วนมากจะพบในต้นไม้ที่ต้องการความชื้นสูง เช่นพวกพันธุ์ไม้จากป่าดิบชื้นและเฟริน หากชอบที่ชื้นก็ต้องทำพื้นที่ให้เอื้อต่อการ
เกิดความชื้น เช่น หาวัตถุบังลมเช่นต้นไม้ใหญ่หรือซาแลนมาขึงบังลมไว้ ปูด้วยทรายหยาบ หรืออิฐมอญ หาอ่างน้ำมาตั้งใกล้ๆตั้งชิดรวมกันเป็นกลุ่มๆ หรือใช้เครื่องควบคุมเช่นระบบน้ำหยด หรือพ่นหมอกวิธีการเหล่านี้ใช้ร่วมกันหรืออย่างใดอย่างหนึ่งตามความเหมาะสมจะช่วยเพิ่มความชื้นได้
           อีกปัญหาหนึ่งคือปัญหาความสกปรกควรหลีกเลี่ยงการวางบนพื้นดินโดยตรงหรือวางตรงบริเวณที่เวลารดน้ำ แล้วดินไม่สามารถกระเด็นมาโดนใบ-ซอกใบ ควรวางต้นไม้บนวัสดุรองกระถางหรือวางบนพื้นที่ปูด้วยอิญหรือทรายหยาบ และหาหาเศษอิฐหรือหินกรวดแม่น้ำมาโรยปิดหน้าวัสดุปลูกไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการกระเด็นเวลารดน้ำ (หรือจะใช้ประโยชน์จากวัชพืชเล็กๆซึ่งเหลือไว้บ้างก็ได้)ที่ระวังตรงจุดนี้เพราะว่าดินเป็นแหล่งของเชื้อก่อโรคพืชนั่นเองหากจัดการได้ปัญหาจุกจิกเรื่องใบเป็นโรคจากเชื้อราจะลดลง
ได้อย่างชัดเจน
     4. รดน้ำต้นไม้ให้ถูกเวลาและถูกวิธี ควรรดน้ำแต่เช้าตรู่เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ จะใช้ประโยชน์จากน้ำในตอนกลางวันเท่านั้น (ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง,photosynthesis)เคล็ดลับก็คือทำยังไงก็ได้ให้เครื่องปลูกมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอในเวลากลางวัน แต่ต้องแห้งหมาดๆในเวลากลางคืน พืชบางชนิด
รดน้ำตอนเช้าครั้งเดียวก็พอแล้ว บางชนิดที่ชอบชื้นมากก็รดอีกทีตอนเที่ยงหรือบ่ายๆ (การรดน้ำตอนแดดจัดมากช่วงฤดูร้อน แนะนำภายใต้โรงเรือนเพาะชำเท่านั้น เพราะในสภาพกลางแจ้งบางครั้งหยดน้ำที่ค้างที่ใบ อาจทำให้ใบมีอุณหภูมิสูง จนเกิดความเสียหายและเชื้อก่อโรคแทรกได้) หลีกเลี่ยงการรดน้ำตอนหัวค่ำอย่างเด็ดขาดเพราะหยดน้ำที่ค้างตามซอกใบและวัสดุปลูกในเวลากลางคืนจะเอื้อต่อการเจริญของเชื้อก่อโรคได้เป็นอย่างดี
      การรดน้ำไม่ควรฉีดแรง ควรรดให้เป็นฝอยละเอียดตกลงที่ใบแล้วใบจะทำหน้าที่ในการรวบรวมหยดน้ำไหลลงสู่โคนต้นคล้ายกับธรรมชาติของฝนตก ตรงนี้ไม่ควรมองข้ามเพราะได้แฝงไว้
ด้วยกลเม็ดอันแยบยลคือ การรดน้ำเป็นฝอยนอกจะไม่ทำให้ใบเกิดบาดแผลแล้ว ยังเป็นการชำระล้างใบให้สะอาดส่งผลดีทั้งในแง่การสังเคราะห์แสง (ไม่มีฝุ่นบังแสง) และในแง่การล้างเชื้อก่อโรคที่สะสมบนใบและต้นออกไป อีกทั้งการรดน้ำเป็นฝอยจะลดการกระเด็นของดิน-วัสดุปลูกขึ้นมาเกาะที่ใบ ป้องกัน
เชื้อโรคเข้าทำลายได้เป็นอย่างดี ในขณะที่การฉีดน้ำแรงเกินไปจะทำให้เกิดบาดแผลโดยไม่ตั้งใจและเชื้อก่อโรคได้ใช้เป็นช่องทางในการเข้าทำลาย เห็นได้ว่าผลที่สุดแล้วความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญต่อการปลูกเลี้ยงต้นไม้ ต้นไม้ที่เน่าง่ายเช่นพวกใบนิ่มอวบน้ำหรือต้นที่มีที่มาจากแหล่งหนาวเย็น จำเป็นจะต้องใส่ใจกับความสะอาดเป็นพิเศษภาชนะและวัสดุปลูกที่ต้นไม้เป็นโรคตายไม่ควรนำใช้ใหม่
    5. เคล็ดลับสุดท้าย ก็คือการหัดรู้จักสังเกตุ คลุกคลีเอาใจใส่และหาเคล็ดลับที่เหมาะสมกับตัวผู้ปลูกเอง เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า“ปุ๋ยที่ดีที่สุดในโลกคือความเอาใจใส่ของผู้ปลูกเลี้ยง”ขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องลึกลับ หรือต้นไม้มีการรับรู้พิเศษอะไรหรอกครับเป็นเหตุเป็นผลตามพุทธศาสนาเรานี่เอง เพราะการดูแลเอาใจใส่ที่ดีย่อมทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี หรืออาจยกตัวอย่างเช่นหากลองได้คุยกับต้นไม้บ่อยๆ ต้นไม้ก็จะงอกงามมากขึ้นเนื่องจากคำพูดและลมหายใจของคนเราเต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นประโยชน์แก่ต้นไม้นั่นเอง
ปุ๋ยและโรคแมลง
ปุ๋ย คือ วัตถุที่ให้ธาตุหารแก่ต้นไม้เพื่อการเจริญเติบโต ออกดอก และติดผลซึ่งมีด้วยกัน 16 ธาตุ ได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจนฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถันเหล็ก ทองแดง สังกะสี แมงกานีส โมลิบดีนัม โบรอน และคลอรีน
ส่วนการควบคุมศัตรูพืชนั้น แบ่งเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ ดังนี้
1. วิธีธรรมชาติ (natural control) เป็นวิธีการที่ปล่อยให้กิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมนุษย์ไม่มีบทบาทใดๆ ทั้งสิ้นแมลงหรือจุลินทรีย์มีการเติบโตขยายพันธุ์ตามสภาพแวดล้อม
ที่เหมาะสมและมีโอกาสถูกศัตรูธรรมชาติทำลาย ซึ่งเรียกว่า"สมดุลทางธรรมชาติ" ( balance of nature)ปรากฏการณ์นี้ดำเนินติดต่อกันไปโดยธรรมชาติ
2. วิธีประยุกต์ (applied control) เป็นวิธีที่มนุษย์คิดค้นและหาทางปราบศัตรูพืชด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การใช้กับดักวิธีการเพาะปลูก การใช้สารเคมีปราบศัตรูพืช ฯลฯ
วิธีการปราบศัตรูพืชที่นิยมใช้นแพร่หลายมาก คือ การใช้สารเคมีได้แก่ สารกำจัดแมลงชนิดต่างๆ สารกำจัดเชื้อรา แบคทีเรียซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆ เข้า โรคและแมลงจะดื้อยา จึงจำเป็นต้องใช้สารที่มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นและพ่นถี่มากขึ้น ทำให้เป็นอันตรายต่อผู้พ่นสาร และมีสารปนเปื้อนสะสมในสภาพแวดล้อม เช่นในดิน ลำคลอง และในบรรยากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆยิ่งนานวันสภาพการสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนกระทบต่อชีวิตประจำวันของมวลมนุษย์ในโลก
ทำให้นักวิทยาศาสตร์หันมาค้นคว้าวิจัย เพื่อหาวิธีปราบศัตรูพืชที่ก่อให้เกิดผลเสียน้อย โดยใช้วิธีธรรมชาติเข้ามาร่วมด้วย
เรียบเรียงบางส่วนจากหนังสือหลักการพืชสวน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เขียนโดย ผศ.สมพร ทรัพยสาร
ที่มาhttp://www.tonmai2u.com/tropic%20planting%20takecare2.html